เห็นได้ชัดว่า อาร์ริซาบาลาก้า กำลังเจอกับสถานการณ์ที่ยาก

แฟรงค์ แลมพาร์ด กับการแก้ปัญหาฟอร์มตกของ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า

ฤดูกาลของ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน ของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาถึงจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากที่เขาต้องตกเป็นตัวสำรองของ วิลลี กาบาเยโร นายทวารมือ 2 ชาวอาร์เจนตินา ในเกมลีกที่ บอลรอง อย่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” บุกไปเสมอ “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม 2-2 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในเวลานี้ เชลซี ภายใต้การนำทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือชาวอังกฤษ กำลังมุ่งหน้าไปสู่ช่วงพักเบรกฤดูหนาวของพวกเขา ซึ่งการตัดสินใจดร็อป อาร์ริซาบาลาก้า ออกจากทีมตัวจริงนั้น มันแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในแนวรับของ “สิงโตน้ำเงินคราม” และความเชื่อมั่นที่ แลมพาร์ด มีต่อมือกาวชาวสเปนเริ่มลดน้อยลงไป

แลมพาร์ด ต้องการให้ อาร์ริซาบาลาก้า มีเวลาทบทวนข้อผิดพลาดของตัวเองในช่วงพักเบรก 14 วันและเขาคาดหวังว่า อดีตโกลด์ แอธเลติก บิลเบา ในศึกลา ลีกา สเปน จะกลับมามีสมาธิ และมีฟอร์มการเล่นที่ดีอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หาก อาร์ริซาบาลาก้า ไม่สามารถปรับปรุงตัวเองได้ในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เหลือนั้น มันก็อาจทำให้อนาคตของเขาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ จบลงในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่ง แลมพาร์ด อาจจะมองหาผู้รักษาประตูคนใหม่ที่ไว้ใจได้มาเฝ้าเสาให้กับ เชลซี

แน่นอนว่า การเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูมันก็ต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในบางจังหวะ แต่สำหรับโกลด์ที่มีค่าตัวเป็นสถิติโลกอย่าง อาร์ริซาบาลาก้า และถูกคาดหวังว่า จะเป็นมือ 1 ของ เชลซี ไปอีกหลายปีก็ควรจัดการกับข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆได้ดีกว่านี้

ในช่วงที่ผ่านมาฟอร์มการเล่นของ อาร์ริซาบาลาก้า มักทำให้เขาโดนวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ และหลายคนสงสัยว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ซึ่งบางคนตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาต่างๆมันเกิดจากอารมณ์ หรือเทคนิคของเขาหรือไม่

ย้อนกลับไปในเกมปรีซีซั่นที่ เชลซี เสมอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-2 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น ประตูที่พลพรรค “สิงโตน้ำเงินคราม” เสียไปเห็นได้ชัดว่าเป็นความผิดของ อาร์ริซาบาลาก้า ที่ตัดสินใจไม่ดีนัก

โกด์ทัพ “กระทิงดุ” มีจุดอ่อนอยู่ที่สถานการณ์ดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่ง ซึ่งเขามักจะยืนอยู่ในกรอบเขตโทษเป็นหลัก และมีการตัดสินใจที่ไม่ดีนักในการออกมาตัดบอล โดยหากเปรียบเทียบกับ มานูเอล นอยเออร์ นายทวารชาวเยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค มันก็จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจน

นอกจากนี้ ในเกมกระชับมิตรกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก จากออสเตรีย เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น อาร์ริซาบาลาก้า ก็แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดอีกครั้งหลังจากเขาถูก ทาคูมิ มินามิโนะ หัวหอกชาวญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล ซัดประตูเข้าไป

เมื่อเวลาผ่านไป ความผิดพลาดเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ไม่พึงประสงค์ของ อาร์ริซาบาลาก้า ซึ่งเขาทำมันให้เห็นทุกคนได้อีกครั้งในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า ซุเปอร์ คัพ กับ ลิเวอร์พูล ที่อิสตันบลู ประเทศตุรกี

ความผิดพลาดของ อาร์ริซาบาลาก้า เป็นเรื่องยากที่จะพูดว่าเกิดจากสาเหตุใด โดยโค้ชผู้รักษาประตูที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะแสดงให้เห็นถึงความเฉยเมยในเกมของโกลด์วัย 25 ปีอาร์ริซาบาลาก้า ใช้เทคนิคในทางที่ไม่เหมาะสม

บางทีคำอธิบายที่ดีกว่าคือ อาร์ริซาบาลาก้า ใช้เทคนิคในทางที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง ดาบิด เด เคอา โกลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สูง 6 ฟุต 3 นิ้ว และ นอยเออร์ สูง 6 ฟุต 4 นิ้ว แต่นายทวาร เชลซี สูงเพียง 6 ฟุต 1 นิ้ว ซึ่งเมื่อพิจารณาในแง่ของรูปร่าง, ความยาวของแขนและขา มันแสดงให้เห็นคำอธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไมเขาถึงต้องดิ้นรนอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นการลดความสำคัญที่จะบอกว่า ปัญหาเกี่ยวกับร่างกายเกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว อาร์ริซาบาลาก้า มักตัดสินใจไม่ออกมาตัดบอลลูกโด่งจากลูกเตะมุม หรือฟรีคิก และเขามักจะยืนเฝ้าอยู่ที่เส้นปากประตูเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

หากมองประตูที่ อาร์ริซาบาลาก้า เสียไปในหลายๆเกม อาทิลูกที่โดน มาห์มูด ฮัสซัน เทรเซเกต์ หัวหอก วิลล่า, คาร์ลอส โซแลร์ กองกลาง บาเลนเซีย และ ควินซี่ โพรมิส ปีก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยิงนั้น หลายคนคิดว่า เขาควรจะทำได้ดีกว่านี้

ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาที่ต่ำที่สุดของฤดูกาลของ อาร์ริซาบาลาก้า เกิดขึ้นในเกมลีกที่ เชลซี บุกไปพ่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค 1-0 เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมานั้น ซึ่งมือกาวสแปนิช ไม่สามารถเซฟลูกโหม่งของ ไอแซค เฮย์เดน กองกลาง “สาลิกาดง” ได้ ทั้งที่บอลอยู่ใกล้ตัวเขา

เมื่อมองย้อนกลับไปสิ่งที่น่าสนใจคือ มันมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ใช่เพราะ อาร์ริซาบาลาก้า ไม่สมควรได้รับการจดจำได้ว่า เป็นผู้รักษาประตูที่ไม่ดี แต่เป็นเพราะมันดูเหมือนว่า ความผิดพลาดของเขากลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

นั่นเป็นการประเมินความเสียหายของผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวเป็นสถิติโลก 70 ล้านปอนด์ เราอาจมองได้ว่า มันไม่ใช่ทั้งความผิดของ อาร์ริซาบาลาก้า และ เชลซี แต่มันยังเป็นภาระของอดีตมือกาว บิลเบา และปัญหานี้ก็ยังต้องได้รับการแก้ไข

เห็นได้ชัดว่า อาร์ริซาบาลาก้า กำลังเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก และมันก็เป็นความท้าทายโดยตรงของ แลมพาร์ด ที่จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร และยิ่งกว่านั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในความสัมพันธ์ของพวกเขาว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป

อย่างแรกเลยคือ เชลซี และ แลมพาร์ด ต้องวิเคราะห์ของเกี่ยวกับประเด็นทางเทคนิคของ อาร์ริซาบาลาก้า ว่าการใช้งานเขาในลักษณะนี้เหมาะสมหรือไม่ หรืออาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในอนาคต

แลมพาร์ด กับการแก้ปัญหาฟอร์มตกของ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า